: 0-2691-5600 | : info@srisawadcapital.co.th | : จันทร์ - ศุกร์ : 08.30 น. - 17.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

นโยบาย คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และประกาศความ เป็นส่วนตัว

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด ( บริษัทฯ”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (“ท่าน”) จึงได้จัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบาย”) เพื่อกำหนดหลักการและแนวทางสำหรับการปฏิบัติงานของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (“ ประมวลผล”) รวมถึงสิทธิต่าง ๆ ของ ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“... คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) กำหนด

1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่กลุ่มบริษัทฯ ประมวลผล

บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้ ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ประมวลผล

ข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ โดยอาจจัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคล 2 ประเภท ด้งนี้

1.1 ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

1) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปีเกิด สัญชาติ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง สถานภาพการสมรส รูปถ่าย

2) ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล

3) ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขบัญชีเงินฝากธนาคาร

4) ข้อมูลอุปกรณ์ เช่น IP address คุกกี้ ภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV)

1.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Data) หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เชื้อชาติ ข้อมูลสุขภาพ ความเชื่อทางศาสนา ข้อมูลชีวภาพ

ทั้งนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ที่กล่าวไว้ในนโยบายฉบับนี้ จะหมายความรวมถึง ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปและข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

โดยทั่วไปบริษัทฯ จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างท่านกับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี กลุ่มบริษัทฯ อาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น เช่น

1) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากบริษัทในบริษัทฯ

2) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับจากบริษัทพันธมิตรทางธุรกิจ

3) ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้รับจากบุคคลที่มีความเกี่ยวเนื่องกับท่าน เช่น บุคคลในครอบครัวของท่าน ผู้แนะนำ ผู้ติดต่อ ซึ่งได้แจ้งหรือแสดงให้บริษัทฯ ว่าเป็นผู้มีสิทธิแจ้งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลตามนโยบายฉบับนี้

3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ / หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

3.1 กรณีท่านเป็นลูกค้าของบริษัทฯ

1) เพื่อเข้าทำสัญญากับท่านตามที่ท่านได้ตกลงกับบริษัทฯ

2) เพื่อให้บริการแก่ท่านตามสัญญาที่ท่านได้ตกลงไว้กับบริษัท

3) เพื่อดำเนินการชำระเงินตามสัญญาระหว่างท่านกับบริษัท

4) เพื่อนำเสนอข่าวสารที่น่าสนใจ ข้อเสนอ สิทธิประโยชน์ และโปรโมชันของบริษัท

5) เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูล

6) เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริษัท เช่น การบันทึกภาพด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)

7) เพื่อระงับข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างท่านกับบริษัทอันเกี่ยวข้องกับการให้บริการ

8) เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ข้างต้น

3.2 กรณีท่านเป็นผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการของบริษัท

1) เพื่อเข้าทำสัญญาหรือสัญญาบริการที่ท่านได้ตกลงกับบริษัท

2) เพิ่อดำเนินการปฏิบัติตามสัญญา

3) เพื่อดำเนินการชำระเงินและการติดต่อ

4) เพื่อระงับข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างท่านกับบริษัทอันเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญา

5) เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ข้างต้น

3.3 กรณีท่านเป็นพนักงานของบริษัท

1) เพื่อคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงาน และการฝึกงาน

2) เพื่อดำเนินการตามสัญญาจ้างระหว่างท่านกับบริษัท เช่น การจ่ายเงินเดือน

3) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่บังคับต่อบริษัทในฐานะนายจ้าง เช่น คุ้มครองแรงงาน กองทุนประกันสังคม กองทุนเงินทดแทน กรมสรรพากร เป็นต้น

4) เพื่อรักษาความปลอดภัยภายในบริษัท เช่น การบันทึกภาพด้วยกล้องวงจรปิด (CCTV)

5) เพื่อระงับข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างท่านกับบริษัทอันเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามสัญญา

6) เพื่อปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ข้างต้น

บริษัท อาศัยฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานประกอบกันก็ได้

1) ฐานสัญญา บริษัท มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อเข้าทำสัญญากับท่านหรือดำเนินการตามปฏิบัติตามสัญญาที่มีไว้กับท่าน ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัท ไม่อาจเข้าทำสัญญาหรือดำเนินการปฏิบัติตามสัญญานั้นได้

2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม บริษัท อาจจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท หรือบุคคลอื่น ทั้งนี้ ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะไม่มีความสำคัญเกินกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน

3) ฐานความยินยอม บริษัท อาจจำเป็นต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่สามารถใช้ฐานอื่น ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้

4) ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัท อาจจำเป็นต้องประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท อาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบุคคลดังกล่าวอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

4.1 บริษัท

4.2 พันธมิตรทางธุรกิจ

4.3 หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานกำกับดูแล เช่น กรรมสรรพากร

4.4 ผู้ให้บริการภายนอก เช่น ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล

4.5 ที่ปรึกษา และผู้ตรวจสอบบัญชี

4.6 สถาบันการเงิน เช่น ธนาคารที่ให้บริการรับชำระเงิน

5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัท อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคล องค์กร หรือเซิร์ฟเวอร์ (server) ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับประเทศไทยหรือไม่ก็ได้ โดยบริษัท จะดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปอย่างปลอดภัยและผู้รับข้อมูลมีการใช้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นไปตามที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนด

6. ระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับนโยบายฉบับนี้ อย่างไรก็ตามบริษัท อาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายที่ใช้บังคับกำหนดไว้ โดยบริษัท จะทำการลบ ทำลาย หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้เมื่อหมดความจำเป็นหรือสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีผลบังคับใช้ ท่านมีสิทธิดังต่อไปนี้ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กำหนด

1) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent) ในกรณีที่บริษัท ได้รับความยินยอมจากท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมดังกล่าวเมื่อใดก็ได้ โดยการส่งหนังสือเพิกถอนความยินยอมให้แก่บริษัท

2) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access) ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่เกี่ยวกับท่าน รวมทั้งการขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอม

3) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability) ท่านมีสิทธิขอให้บริษัท ส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอื่น

4) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object) ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัท ประมวลผลภายใต้ฐานผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัท นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากบริษัท ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด และเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ (Profiling)

5) สิทธิขอให้ลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ (right to erasure) ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ เว้นแต่บริษัท จะมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน

6) สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัท ระงับกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

7) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล (right to rectification) ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

8) สิทธิในการยื่นเรื่องร้องเรียน (right to lodge a complaint) ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อบริษัท หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านสามารถใช้สิทธิดังกล่าวได้โดยการแจ้งบริษัท ผ่านช่องทางและวิธีการที่บริษัท กำหนด โดยบริษัท ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาและดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

8. การรักษาความมั่งคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท จัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลทั้งมาตรการเชิงองค์กร (Organizational Measures) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measures) ตามหลักการรักษาความลับ (Confidentiality) การรักษาความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Availability) เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผย นอกจากนี้ บริษัท จะจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (Administrative Safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (Technical Safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (Physical Safeguard) ในเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล (Access Control)

ทั้งนี้ บริษัท จะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยจะอนุญาตให้เฉพาะบุคคลที่มีความจำเป็นจะต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตน ในกรณีที่บุคคลที่สามทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลท่านจะต้องเป็นการประมวลผลตามคำสั่งของบริษัท ตามที่กำหนดในสัญญาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement) ระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น

9. กรณีเกิดเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีที่มีเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกิดขึ้น บริษัท จะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมง นับแต่ทราบเหตุ ในกรณีที่การละเมิดมีความเสี่ยงสูงที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของท่าน บริษัทฯ จะแจ้งถึงเหตุการณ์ละเมิดให้ท่านทราบ พร้อมกับแนวทางการเยียวยาโดยไม่ชักช้าผ่านช่องทางต่าง ๆ

10. การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลบางกรณี

10.1 ลูกค้า และผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการ

กรณีที่ท่านเป็นลูกค้าหรือผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการแก่บริษัท บริษัท อาจขอให้ท่านแจ้งการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์

10.2 พนักงานของบริษัท

กรณีที่ท่านเป็นพนักงานของบริษัท ซึ่งดำเนินงานเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท ขอให้ท่านดำเนินการดังต่อไปนี้

1) ปฏิบัติตามและให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และนโยบายฉบับนี้อย่างเคร่งครัด ในกรณีที่พนักงานไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือนโยบายฉบับนี้ ถือเป็นความผิดต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ซึ่งอาจถูกลงโทษทางวินัยตามกระบวนการของบริษัท และอาจมีความผิดและรับโทษตามที่กฎหมายกำหนด

2) เข้ารับการฝึกอบรมด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกำหนดการจัดอบรม และเมื่อได้รับแจ้งให้เข้ารับการอบรม โดยต้องให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือในการเข้ารับการอบรมความรู้อย่างเคร่งครัด

3) ไม่กระทำการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนล่วงรู้หรือได้มาอันเนื่องจากการปฏิบัติงานให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

4) รายงานกรณีพบเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลให้หัวหน้าหน่วยงานทราบเพื่อร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ดังกล่าว และแจ้งข้อมูลให้หน่วยงานกำกับดูแลทราบทันทีเมื่อพบเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อแจ้งข้อมูลต่อสำนักงานฯ ต่อไป ภายในระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด

11. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย

บริษัท อาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้เป็นครั้งคราว โดยท่านสามารถทราบข้อกำหนดและเงื่อนไขนโยบายที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงนี้ได้ผ่านช่องทางการสื่อสารของบริษัท ตามที่บริษัท เห็นสมควร

12. รายละเอียดการติดต่อบริษัท

หากท่านมีข้อเสนอแนะหรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามกฎหมาย ท่านสามารถติดต่อได้ที่ช่องทางดังต่อไปนี้ dpo@srisawadcapital.co.th

นโยบายนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป

ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง

1. วัตถุประสงค์และขอบเขต

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด (“บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) รวมทั้งอธิบายเหตุผลและวิธีการของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอนไปยังต่างประเทศ และ/หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด (รวมเรียกว่า “ ประมวลผล”) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และอธิบายสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยบรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรอ่านและทำความเข้าใจ รวมถึงทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถ่องแท้

ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยข้อมูลนั้นเอง หรือเมื่อนำข้อมูลนั้นไปรวมกับข้อมูลอื่นก็ตาม และ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ลัทธิ ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพของบุคคล

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับบุคคลธรรมดาซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทฯ ทั้งบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้ใช้งานรถ ผู้รับผลประโยชน์ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้าหรือผู้ให้ความยินยอม ผู้ชนะการประมูล ผู้อ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ซึ่งในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะเรียกโดยรวมว่า "ท่าน"

หากท่านมีคำถามหรือข้อเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่อไปนี้

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด

99/392 อาคารศรีสวัสดิ์ ชั้น 5 ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 3 (เบญจมิตร) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร อีเมล info@srisawadcapital.co.th โทร 0-2691-5600

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ( DPO) อีเมล dpo@srisawadcapital.co.th

2. บุคคลที่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เนื่องจากบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

กรณีของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

ก) ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประจำตัวประชาชน

ข) ข้อมูลประวัติ เช่น สัญชาติ

ค) ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่

ง) ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น อาชีพ รายได้ ระยะเวลาการทำงาน

จ) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ประเภทสินเชื่อที่สนใจ

กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้ใช้งานรถ ผู้รับผลประโยชน์ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้าหรือผู้ให้ความยินยอม ผู้ชนะการประมูล ผู้อ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา)บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้ใช้งานรถ ผู้รับผลประโยชน์ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้าหรือผู้ให้ความยินยอม ผู้ชนะการประมูล ผู้อ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

ก) ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและวันหมดอายุ ลายมือชื่อ รูปภาพ

ข) ข้อมูลประวัติ เช่น วันเกิด อายุ สถานภาพสมรส ความสัมพันธ์กับลูกค้า เพศ ส่วนสูง น้ำหนัก สัญชาติ

ค) ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ อีเมล ที่อยู่ สำเนาทะเบียนบ้าน แผนที่บ้าน

ง) ข้อมูลการเงิน เช่น แหล่งที่มาของรายได้ ยอดเงินคืน เลขที่บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต วงเงินเครดิต

จ) ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น รายละเอียดรถจักรยานยนต์ รูปที่อยู่อาศัย รูปรถจักรยานยนต์ เล่มทะเบียนรถ

ฉ) ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น สถานที่ทำงาน รายได้ อาชีพ ตำแหน่ง

ช) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น รายละเอียดการเช่าซื้อ รายละเอียดประกันภัย หมายเลขกรมธรรม์ เลขที่หนังสือรับรองการประกันภัย ระยะเวลาพักอาศัยในที่อยู่ บันทึกเสียงการสนทนา เลขที่ใบสมัคร เลขที่สัญญา วันที่ทำสัญญา ราคาประมูล สถานะสัญญา รายละเอียดการชำระและติดตามหนี้ เลขที่ใบรับเงิน

ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว

นอกเหนือจากข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุไว้ข้างต้น บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้ใช้งานรถ ผู้รับผลประโยชน์ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้าหรือผู้ให้ความยินยอม ผู้ชนะการประมูล ผู้อ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา)ดังต่อไปนี้

ก) ข้อมูลความพิการ

ข) ข้อมูลสุขภาพ

ค) ข้อมูลศาสนา

4. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบัน และบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้ใช้งานรถ ผู้รับผลประโยชน์ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้าหรือผู้ให้ความยินยอม ผู้ชนะการประมูล ผู้อ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา) โดยตรง อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยอ้อมจากบุคคลที่สาม

5. บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้อย่างไร

กรณีของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า

บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

ก) การติดต่อ

ข) การทำการตลาด

กรณีของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง ผู้ใช้งานรถ ผู้รับผลประโยชน์ พยาน ผู้ค้ำประกัน คู่สมรสของลูกค้าหรือผู้ให้ความยินยอม ผู้ชนะการประมูล ผู้อ้างอิง บุคคลที่สามารถติดต่อสอบถามหรือทวงถามหนี้ได้ และบุคคลที่ติดต่อเข้ามา)บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

ค) การวิเคราะห์ความเสี่ยงในการให้สินเชื่อ

ง) การพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และการติดต่อเพื่อตรวจสอบข้อมูลในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ

จ) การติดตามทวงหนี้และการสืบทรัพย์

ฉ) การอนุมัติการคืนเงิน

ช) การยึดหลักทรัพย์ และทำรายงาน

ซ) การประมูลหลักทรัพย์ที่ยึดมา

ฌ) การดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับเล่มทะเบียน เช่น การปิดบัญชี การต่อ พ.ร.บ. การต่อภาษี การโอนกรรมสิทธิ์ การแจ้งหยุดใช้รถ การจัดเอกสารประมูลรถ

ญ) การเก็บข้อมูล และการสำรองข้อมูลในฐานข้อมูล

ฎ) การรับเรื่องติดต่อผ่านช่องทาง Call Center อีเมล และ เว็บไซต์

ฏ) การทำเอกสารทางการเงิน เช่น การออกใบเสร็จตรวจสอบเงินเกิน การทำบัญชีลูกหนี้ การทำบัญชีเจ้าหนี้ การคืนเงิน

ฐ) การเก็บข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์

บริษัทฯ อาศัยฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการดังต่อไปนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อนึ่ง ฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการที่ระบุด้านล่างนี้ มิได้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานรวมกันก็ได้

1) ฐานสัญญา

บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อ โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ในการประมวลผลตามฐานนี้ เป็นข้อมูลส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏในข้อ 3. ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถติดต่อหรือเข้าทำสัญญากับท่านได้

2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม

เฉพาะในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ หรือของบุคคลที่สาม ทั้งนี้ ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะต้องไม่มีความสำคัญเหนือไปกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน

3) ฐานความยินยอม

ในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่อาจเป็นลูกค้า ลูกค้าปัจจุบันและบุคคลที่เกี่ยวข้อง สำหรับการติดต่อรวมถึงการทำการตลาด

4) ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย

บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหน้าที่ตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือคำพิพากษาใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อาจมีผลที่ตามมาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5) การปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับฐานประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

บริษัทฯ มีความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะที่สำคัญสำหรับการเก็บข้อมูลความพิการของลูกค้าที่ต้องการสมัครประกันภัยวินาศ

6. บริษัทฯ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลใดบ้าง

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบุคคลดังกล่าวอาจรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้

ก) บริษัทในกลุ่มธุรกิจ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด, บริษัท เงินสดทันใจ จำกัด, บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด, บริษัท คาเธ่ย์ ลีสซิ่ง จำกัด บริษัท อื่นใดในเครือบริษัท

ข) ผู้ให้บริการคลาวด์

ค) Outsourced Agency ที่ทำการติดตามทวงหนี้

ง) Outsourced ที่ดำเนินการเกี่ยวกับเล่มทะเบียนรถ

จ) บริษัทประมูลรถบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ

ฉ) นายหน้าประกันภัยและบริษัทประกันภัย

ช) หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

ซ) บริษัทตรวจสอบบัญชี

ฌ) บริษัทที่ทำการจัดเก็บเอกสาร

ญ) กลุ่มพันธมิตรของกลุ่มศรีสวัสดิ์รวมถึงบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง บริษัท ล็อคตั้น วัฒนา อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)

7. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับประเทศไทยหรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปอย่างปลอดภัยและผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลมีการใช้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8. มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลส่วนบุคคล การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด รวมทั้งการเข้าถึง การเปิดเผย และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุคคลภายนอกจะต้องดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ ด้วยเช่นกัน

9. ระยะเวลาที่บริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อให้เป็นไปตามขอบเขตและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเพื่อก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่านั้น ในกรณีที่มีกฎหมายที่ใช้บังคับใดกำหนด

10. สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีดังต่อไปนี้

ก) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม – ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง ท่านมีสิทธิที่จะถอน ความยินยอมโดยชัดแจ้งดังกล่าว โดยการส่งหนังสือเพิกถอนความยินยอมให้แก่บริษัทฯ

ข) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้ใช้ในการประมวลผล

ค) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล – ในกรณีที่บริษัทฯ มีแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้โดยวิธีการอัตโนมัติ

1) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยวิธีการอัตโนมัติ

2) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยตรง ยกเว้นในกรณีที่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี

ง) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี

จ) สิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ทำการประมวลผล หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลนิรนาม ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลอีกต่อไป

2) ในกรณีที่ท่านได้เพิกถอนความยินยอมโดยชัดแจ้งให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3) ในกรณีที่ท่านคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม และบริษัทฯ ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่าในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4) ในกรณีที่กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่เป็นไปตามกฎหมาย

ฉ) สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ระงับกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบตามที่ท่านได้ร้องขอใช้สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2) ในกรณีที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้เคยร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว แต่ท่านได้ใช้สิทธิร้องขอเพิ่มเติมให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแทนในภายหลัง

3) ในกรณีที่ระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้สิ้นสุดลง แต่ท่านได้ร้องขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเนื่องด้วยเหตุผลทางกฎหมาย

4) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ช) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง – ท่านอาจมีสิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าการใข้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และบริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ หากบริษัทฯ สามารถอ้างฐานทางกฎหมายใด ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปได้

ในกรณีที่ท่านประสงค์ที่จะใช้สิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางที่ระบุไว้ข้างต้น โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตามคำขอของท่านอย่างรัดกุมและทันท่วงที

11. การแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ อาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามที่บริษัทฯ เห็นว่าเหมาะสม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบหากการแก้ไขดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างมีนัยสำคัญ หรือหากบริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด

ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับผู้สมัครงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง

1. วัตถุประสงค์และขอบเขต

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด (“บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) รวมทั้งอธิบายเหตุผลและวิธีการของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอนไปยังต่างประเทศ และ/หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด (รวมเรียกว่า “ ประมวลผล”) กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และอธิบายสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเมื่อท่านสมัครงานกับบริษัทฯ

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกิจกรรมที่เกี่ยวกับ
การสรรหาพนักงานใหม่ โดยบรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรอ่านและทำความเข้าใจ รวมถึงทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถ่องแท้

ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยข้อมูลนั้นเอง หรือเมื่อนำข้อมูลนั้นไปรวมกับข้อมูลอื่นก็ตาม และ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ลัทธิ ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพของบุคคล

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับผู้สมัครงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง (รวมถึง บุคคลที่ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน บุคคลในบริษัทฯ ที่ผู้สมัครงานรู้จัก บุคคลอ้างอิง) ซึ่งในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะเรียกโดยรวมว่า " ท่าน"

หากท่านมีคำถามหรือข้อเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่อไปนี้


บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด

99/392 อาคารศรีสวัสดิ์ ชั้น 5 ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 3 ( เบญจมิตร) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร อีเมล info@srisawadcapital.co.th โทร 0-2691-5600

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ( DPO) อีเมล dpo@srisawadcapital.co.th

2. บุคคลที่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เนื่องจากบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามประเภท ดังต่อไปนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

กรณีของผู้สมัครงาน

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของผู้สมัครงาน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

ฉ) ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เลขบัตรประจำตัวประชาชน ลายมือชื่อ รูปภาพ

ช) ข้อมูลประวัติ เช่น เพศ น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ วันเกิด สัญชาติ ประวัติการศึกษา ความสามารถในการขับขี่พาหนะ สถานภาพทางทหาร สถานภาพการสมรส ประวัติการถูกฟ้องร้องหรือดำเนินคดีของศาล ประวัติความประพฤติ

ซ) ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล

ฌ) ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น ประวัติการทำงาน ประวัติโดยย่อ (resume)

ญ) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ความสามารถพิเศษ

กรณีของบุคคลอื่น (รวมถึง บุคคลที่ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน บุคคลในบริษัทฯ ที่ผู้สมัครงานรู้จัก บุคคลอ้างอิง)

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของบุคคลอื่น (รวมถึง บุคคลที่ติดต่อในกรณีฉุกเฉิน บุคคลในบริษัทฯ ที่ผู้สมัครงานรู้จัก บุคคลอ้างอิง) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

ซ) ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล

ฌ) ข้อมูลประวัติ เช่น ความสัมพันธ์กับผู้สมัคร

ญ) ข้อมูลการติดต่อ เช่น เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่

ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว

กรณีของผู้สมัครงาน

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของผู้สมัครงาน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

ก) ข้อมูลสุขภาพ เช่น โรคประจำตัว

ข) ข้อมูลความพิการ

4. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากผู้สมัครงานในขั้นตอนการสรรหาพนักงานใหม่

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่เกี่ยวข้องทางอ้อมผ่านผู้สมัครงาน

5. บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้อย่างไร

บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในการสรรหาพนักงานใหม่

บริษัทฯ อาศัยฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการดังต่อไปนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อนึ่ง ฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการที่ระบุด้านล่างนี้ มิได้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานรวมกันก็ได้

1) ฐานสัญญา

บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการตามหน้าที่ในขั้นตอนของ
การสรรหาพนักงานใหม่ โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ในการประมวลผลตามฐานนี้ เป็นข้อมูลส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏในข้อ 3.
ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการสมัครงานของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือสำเร็จลุล่วงได้

2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม

เฉพาะในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ หรือของบุคคลที่สามในการสรรหาพนักงานใหม่ ทั้งนี้ ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะต้องไม่มีความสำคัญเหนือไปกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน

3) ฐานความยินยอม

ในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากผู้สมัครงานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของผู้สมัครงานสำหรับกิจกรรมในการสรรหาพนักงานใหม่

6. บริษัทฯ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลใดบ้าง

ในขั้นตอนนี้ บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครงานให้แก่บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้องเพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศ

8. มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลส่วนบุคคล การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด รวมทั้งการเข้าถึง การเปิดเผย และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต

9. ระยะเวลาที่บริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อให้เป็นไปตามขอบเขตและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเพื่อก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่านั้น ในกรณีที่มีกฎหมายที่ใช้บังคับใดกำหนด

10. สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีดังต่อไปนี้

ก) สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม – ในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง ท่านมีสิทธิที่จะถอน ความยินยอมโดยชัดแจ้งดังกล่าว โดยการส่งหนังสือเพิกถอนความยินยอมให้แก่บริษัทฯ

ข) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดที่บริษัทฯ ได้ใช้ในการประมวลผล

ค) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล – ในกรณีที่บริษัทฯ มีแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้โดยวิธีการอัตโนมัติ

1) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยวิธีการอัตโนมัติ

2) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยตรง ยกเว้นในกรณีที่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี

ง) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี

จ) สิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
ที่บริษัทฯ ทำการประมวลผล หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลนิรนาม ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลอีกต่อไป

2) ในกรณีที่ท่านได้เพิกถอนความยินยอม และ/หรือ ความยินยอมโดยชัดแจ้งให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของท่าน

3) ในกรณีที่ท่านคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม และบริษัทฯ ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่าในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4) ในกรณีที่กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่เป็นไปตามกฎหมาย

ฉ) สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ระงับกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบตามที่ท่านได้ร้องขอใช้สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2) ในกรณีที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้เคยร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลดังกล่าว แต่ท่านได้ใช้สิทธิร้องขอเพิ่มเติมให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแทนในภายหลัง

3) ในกรณีที่ระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้สิ้นสุดลง แต่ท่านได้ร้องขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลเนื่องด้วยเหตุผลทางกฎหมาย

4) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ช) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง – ท่านอาจมีสิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าการใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และบริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ หากบริษัทฯ สามารถอ้างฐานทางกฎหมายใด ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปได้

ในกรณีที่ท่านประสงค์ที่จะใช้สิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางที่ระบุไว้ข้างต้น โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตามคำขอของท่านอย่างรัดกุมและทันท่วงที

11. การแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ อาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามที่บริษัทฯ เห็นว่าเหมาะสม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบหากการแก้ไขดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างมีนัยสำคัญ หรือหากบริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด

ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจ

1. วัตถุประสงค์และขอบเขต

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด (“บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) รวมทั้งอธิบายเหตุผลและวิธีการของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอนไปยังต่างประเทศ และ/หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด (รวมเรียกว่า “ ประมวลผล”) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และอธิบายสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ของพันธมิตรทางธุรกิจที่บริษัทฯ ทำการติดต่อและเข้าทำสัญญาด้วย โดยบรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรอ่านและทำความเข้าใจ รวมถึงทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถ่องแท้

ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยข้อมูลนั้นเอง หรือเมื่อนำข้อมูลนั้นไปรวมกับข้อมูลอื่นก็ตาม และ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ลัทธิ ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพของบุคคล

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับพันธมิตรทางธุรกิจ (รวมถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่เป็นบริษัทคู่สัญญา) ที่ติดต่อและเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ ซึ่งในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะเรียก โดยรวมว่า "ท่าน"

หากท่านมีคำถามหรือข้อเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่อไปนี้


บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด

99/392 อาคารศรีสวัสดิ์ ชั้น 5 ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 3 ( เบญจมิตร) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร อีเมล info@srisawadcapital.co.th โทร 0-2691-5600

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ( DPO) อีเมล dpo@srisawadcapital.co.th

2. บุคคลที่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เนื่องจากบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของพันธมิตรทางธุรกิจ (รวมถึง บุคคลธรรมดาซึ่งเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลที่เป็นบริษัทคู่สัญญา) ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูล ดังต่อไปนี้

ก) ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ลายมือชื่อ

4. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงเมื่อท่านทำการติดต่อกับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทางอ้อมผ่านบุคคลที่สาม

5. บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้อย่างไร

บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและ วัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

ก) การทำสัญญา

บริษัทฯ อาศัยฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อนึ่ง ฐานทางกฎหมายที่ระบุด้านล่างนี้ มิได้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานรวมกันก็ได้

1) ฐานสัญญา

บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการตามหน้าที่ในขั้นตอนของ การสรรหาพนักงานใหม่ โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ในการประมวลผลตามฐานนี้ เป็นข้อมูลส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏในข้อ 3. ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการเกี่ยวกับการสมัครงานของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือสำเร็จลุล่วงได้

2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม

เฉพาะในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ เช่น เพื่อติดต่อกับท่าน ทั้งนี้ ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะต้องไม่มีความสำคัญเหนือไปกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน

6. บริษัทฯ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลใดบ้าง

เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก

7. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศซึ่งอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเช่นเดียวกับประเทศไทยหรือไม่ก็ได้ นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปอย่างปลอดภัยและผู้รับข้อมูลมีการใช้มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม และการโอนข้อมูลนั้นเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8. มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลส่วนบุคคล การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด รวมทั้งการเข้าถึง การเปิดเผย และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุคคลภายนอกจะต้องดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ ด้วยเช่นกัน

9. ระยะเวลาที่บริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อให้เป็นไปตามขอบเขตและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเพื่อก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่านั้น ในกรณีที่มีกฎหมายที่ใช้บังคับใดกำหนด

10. สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีดังต่อไปนี้

ก) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดที่บริษัทฯได้ใช้ในการประมวลผล

ข) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล – ในกรณีที่บริษัทฯ มีแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้โดยวิธีการอัตโนมัติ

1) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยวิธีการอัตโนมัติ

2) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยตรง ยกเว้นในกรณีที่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี

ค) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งดำเนินการโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม

ง) สิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ บริษัทฯ ทำการประมวลผล หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลนิรนาม ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลอีกต่อไป

2) ในกรณีที่ท่านได้เพิกถอนความยินยอม ให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3) ในกรณีที่ท่านคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม และบริษัทฯ ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่าในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4) ในกรณีที่กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่เป็นไปตามกฎหมาย

จ) สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ระงับกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบตามที่ท่านได้ร้องขอใช้สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2) ในกรณีที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้เคยร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลดังกล่าว แต่ท่านได้ใช้สิทธิร้องขอเพิ่มเติมให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแทนในภายหลัง

3) ในกรณีที่ระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้สิ้นสุดลง แต่ท่านได้ร้องขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลเนื่องด้วยเหตุผลทางกฎหมาย

4) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ฉ) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง – ท่านอาจมีสิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าการใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และบริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ หากบริษัทฯ สามารถอ้างฐานทางกฎหมายใด ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปได้

ในกรณีที่ท่านประสงค์ที่จะใช้สิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางที่ระบุไว้ข้างต้น โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตามคำขอของท่านอย่างรัดกุมและทันท่วงที

11. การแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ อาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามที่บริษัทฯ เห็นว่าเหมาะสม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบหากการแก้ไขดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างมีนัยสำคัญ หรือหากบริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด

ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับผู้ขายสินค้าและบริการ

1. วัตถุประสงค์และขอบเขต

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด (“บริษัทฯ”) ยึดมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (“พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”) โดยประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ตามที่นิยามไว้ด้านล่างนี้) รวมทั้งอธิบายเหตุผลและวิธีการของบริษัทฯ ในการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอนไปยังต่างประเทศ และ/หรือ ดำเนินการด้วยวิธีอื่นใด (รวมเรียกว่า “ ประมวลผล”) ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และอธิบายสิทธิที่ท่านมีเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงสิทธิในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ของของผู้ขายสินค้าและผู้ให้บริการ โดยบรรดาบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายควรอ่านและทำความเข้าใจ รวมถึงทบทวนประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อย่างสม่ำเสมอเพื่อที่จะได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถ่องแท้

ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถทำให้ระบุตัวบุคคลนั้นได้ด้วยข้อมูลนั้นเอง หรือเมื่อนำข้อมูลนั้นไปรวมกับข้อมูลอื่นก็ตาม และ
ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ลัทธิ ความเชื่อในลัทธิศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพของบุคคล

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับกับผู้ขายสินค้าและบริการทุกราย (รวมถึง กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ติดต่อ หรือพยานของผู้ขายสินค้าและบริการ) ที่ติดต่อกับบริษัทฯ หรือเข้ามาในพื้นที่ของบริษัทฯ ซึ่งในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะเรียก โดยรวมว่า "ท่าน"

หากท่านมีคำถามหรือข้อเสนอแนะประการใดเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือหากท่านต้องการใช้สิทธิของท่านตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางต่อไปนี้


บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด

99/392 อาคารศรีสวัสดิ์ ชั้น 5 ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แยก 3 ( เบญจมิตร) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร อีเมล info@srisawadcapital.co.th โทร 0-2691-5600

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ( DPO) อีเมล dpo@srisawadcapital.co.th

2. บุคคลที่มีสิทธิในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

เนื่องจากบริษัทฯ มีบทบาทและหน้าที่ในการกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ จึงทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามประเภท ดังต่อไปนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไปของผู้ขายสินค้าและบริการ (รวมถึง กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ติดต่อ หรือพยานของผู้ขายสินค้าและบริการ) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

ก) ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ เช่น ชื่อ นามสกุล ลายมือชื่อ เลขบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า รูปภาพ

ข) ข้อมูลประวัติ เช่น สัญชาติ เพศ วันเกิด

ค) ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ บัญชีโซเชียล สำเนาทะเบียนบ้าน

ง) ข้อมูลทางการเงิน เช่น เลขที่บัญชีธนาคาร สำเนาบัญชีธนาคาร

จ) ข้อมูลระบุทรัพย์สินของบุคคล เช่น โฉนดที่ดิน

ข้อมูลส่วนบุคคลทั่วไป

บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวของผู้ขายสินค้าและบริการ (รวมถึง กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้ติดต่อ หรือพยานของผู้ขายสินค้าและบริการ) ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเภทข้อมูลดังต่อไปนี้

ก) ข้อมูลศาสนา

ข) ข้อมูลสุขภาพ เช่น หมู่โลหิต

4. บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

โดยทั่วไปแล้ว บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงเมื่อท่านทำการติดต่อกับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทางอ้อมผ่านผู้ติดต่อ (contact person)กรณีบริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทางอ้อมผ่านบุคคลที่สาม

5. บริษัทฯ นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้อย่างไร

บริษัทฯ ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อดำเนินการต่าง ๆ ตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง

ก) การติดต่อ การเข้าทำสัญญา และการดำเนินการตามสัญญาที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ของสำนักงานใหญ่และสาขา

ข) การจัดอบรมพนักงาน

บริษัทฯ อาศัยฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน อนึ่ง ฐานทางกฎหมายและเงื่อนไขพิเศษบางประการที่ระบุด้านล่างนี้ มิได้ใช้กับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมด โดยการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอาจอาศัยฐานทางกฎหมายเพียงฐานใดฐานหนึ่งหรือหลายฐานรวมกันก็ได้

1) ฐานสัญญา

บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อติดต่อหรือเข้าทำสัญญากับท่าน โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องใช้ในการประมวลผลตามฐานนี้ เป็นข้อมูลส่วนใหญ่ซึ่งปรากฏในข้อ 3. ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ อาจไม่สามารถติดต่อหรือเข้าทำสัญญากับท่านได้

2) ฐานประโยชน์อันชอบธรรม

เฉพาะในบางกรณี บริษัทฯ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ เช่น เพื่อติดต่อกับท่าน ทั้งนี้ ประโยชน์อันชอบธรรมดังกล่าวจะต้องไม่มีความสำคัญเหนือไปกว่าประโยชน์และสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่าน

3) ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย

บริษัทฯ มีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามหน้าที่ตามกฎหมายใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของบริษัทฯ ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดแก่บริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ อาจมีผลที่ตามมาตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

6. บริษัทฯ เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลใดบ้าง

บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อประมวลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบุคคลดังกล่าวอาจรวมถึงบุคคลดังต่อไปนี้

ก) บริษัทในเครือที่เกี่ยวข้อง

ข) หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

ค) บริษัทประกัน

ง) ผู้ให้บริการของบริษัทฯ เช่น อู่ซ่อมรถ บริษัทเก็บเอกสาร

7. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้นในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอกหรือเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ในต่างประเทศ

8. มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการเชิงเทคนิคและมาตรการเชิงบริหารจัดการเพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลส่วนบุคคล การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในทางที่ผิด รวมทั้งการเข้าถึง การเปิดเผย และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุคคลภายนอกจะต้องดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของบริษัทฯ ด้วยเช่นกัน

9. ระยะเวลาที่บริษัทฯ เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อให้เป็นไปตามขอบเขตและบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และเพื่อก่อตั้ง ใช้ หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ อาจจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่านั้น ในกรณีที่มีกฎหมายที่ใช้บังคับใดกำหนด

10. สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับและข้อยกเว้นของกฎหมายดังกล่าว สิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีดังต่อไปนี้

ก) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านทั้งหมดที่บริษัทฯได้ใช้ในการประมวลผล

ข) สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล – ในกรณีที่บริษัทฯ มีแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้โดยวิธีการอัตโนมัติ

1) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยวิธีการอัตโนมัติ

2) ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังองค์กรอื่นโดยตรง ยกเว้นในกรณีที่มีข้อจำกัดด้านเทคโนโลยี

ค) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิคัดค้านกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งดำเนินการโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม

ง) สิทธิขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ บริษัทฯ ทำการประมวลผล หรือทำให้ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลนิรนาม ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ในการประมวลผลอีกต่อไป

2) ในกรณีที่ท่านได้เพิกถอนความยินยอม ให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

3) ในกรณีที่ท่านคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการโดยอาศัยฐานประโยชน์อันชอบธรรม และบริษัทฯ ไม่มีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่าในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4) ในกรณีที่กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไม่เป็นไปตามกฎหมาย

จ) สิทธิขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล – ท่านอาจมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ระงับกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

1) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบตามที่ท่านได้ร้องขอใช้สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2) ในกรณีที่เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้เคยร้องขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลดังกล่าว แต่ท่านได้ใช้สิทธิร้องขอเพิ่มเติมให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแทนในภายหลัง

3) ในกรณีที่ระยะเวลาการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้สิ้นสุดลง แต่ท่านได้ร้องขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลเนื่องด้วยเหตุผลทางกฎหมาย

4) ในกรณีที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ฉ) สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง – ท่านอาจมีสิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอแจ้งให้ท่านทราบว่าการใช้สิทธิของท่านตามที่ระบุไว้ข้างต้นขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และบริษัทฯ อาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของท่านได้ หากบริษัทฯ สามารถอ้างฐานทางกฎหมายใด ๆ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปได้

ในกรณีที่ท่านประสงค์ที่จะใช้สิทธิในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านสามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านช่องทางที่ระบุไว้ข้างต้น โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตามคำขอของท่านอย่างรัดกุมและทันท่วงที

11. การแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัว

บริษัทฯ อาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามที่บริษัทฯ เห็นว่าเหมาะสม เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบหากการแก้ไขดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างมีนัยสำคัญ หรือหากบริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินการดังกล่าวตามที่กฎหมายกำหนด