: 0-2691-5600 | : info@srisawadcapital.co.th | : จันทร์ - ศุกร์ : 08.30 น. - 17.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

ข่าวสารบริษัท

หน้าแรก / รายละเอียดข่าวสารบริษัท

ข่าวสารบริษัท

SCAP ส่งสัญญาณครึ่งแรกปีเสือทอง ปล่อยสินเชื่อเข้าเป้า รายได้โดดเด่น ลั่นลีสซิ่งมอไซค์หนุนเติบโตก้าวกระโดด

SCAP ผลงานโตวันโตคืน ส่งสัญญาณครึ่งแรกปี 2565 เติบโตเป็นไปตามเป้าหมายทั้งรายได้และกำไร ด้านผู้บริหาร วิชิต พยุหนาวีชัย ชี้ปีนี้ผลงานสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่เติบโตโดดเด่นกว่าที่คาดการณ์ ผลักดันให้เกิดการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ด้านสินเชื่อส่วนบุคคลลุ้นโตเพิ่ม หลังสถานการณ์เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากโควิด พร้อมลุ้นผู้ถือหุ้นอนุมัติการควบรวมกิจการ บง. ศรีสวัสดิ์ 23 มิถุนายนนี้ เพื่อผลักดันโครงสร้างใหม่ SAWAD ทะยานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า การดำเนินงานช่วงครึ่งปีแรก 2565 พบว่ามีแนวโน้มเติบโตสดใสและแข็งแกร่ง โดยจากเป้าหมายทั้งปีคาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่รวมได้ราว 10,000 ล้านบาท สร้างพอร์ตลูกหนี้คงค้างเติบโตแบบก้าวกระโดดจากปี2564   ล่าสุดสามารถปล่อยสินเชื่อได้เป็นไปตามเป้าหมายในช่วงครึ่งปีแรกแล้ว ส่งผลให้รายได้และกำไรเติบโตตามคาดการณ์ โดยการขยายตัวหลักมาจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ที่ส่งสัญญาณปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความต้องการซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในหลายพื้นที่เพื่อใช้ประกอบอาชีพ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มีการคำนวณภาระค่าใช้จ่ายและวางแผนด้านความสามารถในการผ่อนชำระเป็นอย่างดี กอร์ปกับการขยายทีมงานฝ่ายขายที่มีประสบการณ์ในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยผลักดันสินเชื่อดังกล่าวให้เติบโต เช่นเดียวกับสินเชื่อส่วนบุคคลที่พบการเติบโตรองลงมาอยู่ในระดับทรงตัว จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัว จากปัจจัยข้างต้นจึงช่วยสนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยในช่วงครึ่งปีแรกให้เป็นไปตามแผนที่บริษัทฯวางไว้ ขณะที่การปรับโครงสร้างของบมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชัน หรือ SAWAD ด้วยการให้ บมจ.เงินทุนศรีสวัสดิ์(BFIT) ควบรวมกิจการกับ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด(SCAP) โดยได้แจ้งขอมติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ซึ่งหากผู้ถือหุ้นอนุมัติจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างธุรกิจ และส่งผลดีกับผู้ถือหุ้นของ BFITเพราะจะเป็นการเปิดประตูสู่อนาคตที่สดใสและโอกาสในการขยายตัวทางธุรกิจอย่างไร้ขีดจำกัดเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยโดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อ ซึ่งในปัจจุบันมีอัตราการเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ซึ่งคาดว่าการปรับโครงสร้างจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2565 ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อที่มีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้จะเป็นธุรกิจหลักแทนธุรกิจเดิมของ BFIT และเป็นการ ลดการพึ่งพาบริษัทแม่ สามารถระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ได้เอง อีกทั้งยังลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจด้านการกันเงินสำรองที่ลดลง และสามารถขยายธุรกิจใหม่ในอนาคตได้มากขึ้น เป็นการเปิดโอกาสในการดำเนินธุรกิจอย่างคล่องตัวและสร้างการเติบโตระยะยาวในอนาคต “…จนถึงขณะนี้ ผมเชื่อว่าหลายท่านคงได้ข้อมูลเรื่องการควบรวมกิจการระหว่าง BFIT และ SCAP แล้ว ผมในฐานะผู้บริหารของ ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล อยากให้นักลงทุนทุกท่านเชื่อมั่นในการประกอบธุรกิจและการนำพาองค์กรก้าวสู่การเติบโตในอนาคต ด้วยลักษณะของธุรกิจที่บริษัทดำเนินการล้วนเป็นธุรกิจที่มีอนาคต อีกทั้งบริษัทไม่เคยหยุดนิ่งในการปรับตัวทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี บุคลากร เพื่อให้เท่าทันในทุกสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น รวมถึงการวางรากฐานเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ๆที่จะสร้างการเติบโตได้ในอนาคต นอกจากนี้บริษัทยังได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานอย่างชัดเจน เห็นได้ชัดสำหรับเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อและการเติบโต ซึ่งผ่านมาครึ่งปี เราสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ จึงเชื่อมั่นว่าจากการลงมือทำอย่างจริงจังของผม ผู้บริหาร ทีมงานทุกคน จะสนับสนุนให้บริษัทฯประสบผลสำเร็จและสร้างผลตอบแทนที่น่ายินดีอย่างยั่งยืน ” คุณวิชิต กล่าวทิ้งท้าย

SCAP โชว์กำไรสุทธิไตรมาสแรก 136.25 ลบ. โตพุ่งเฉียด 400% ลิสซิ่งมอเตอร์ไซด์เติบโตไม่หยุดสะท้อนผลงานดีต่อเนื่อง หนุนควบรวม BFIT โดดเด่น

เอสแคป โชว์ผลงานสุดปลื้มปริ่ม กวาดกำไรประเดิมไตรมาสแรกปีเสือทอง 136.25 ล้านบาท เติบโตเพิ่ม 382% ฟากผู้บริหาร วิชิต พยุหนาวีชัย เชื่อปีนี้ผลงานโตก้าวกระโดดตามคาด มั่นใจธุรกิจสินเชื่อรายย่อยเติบโตตามนัด สนับสนุนการควบรวมกิจการกับ BFIT ตามแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจของ SAWAD แบบ New S Curve วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 136.25 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 382% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 28.25 ล้านบาท ขณะที่รายได้อยู่ที่ 522.26 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 189% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 180.77 ล้านบาท โดยการเติบโตทั้งรายได้และกำไรสุทธิส่วนใหญ่มาจากธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่เป็นหลักและสินเชื่อส่วนบุคคลมีสัดส่วนรองลงมา ส่วนสาเหตุการเติบโตเนื่องมาจากการขยายทีมงานฝ่ายขาย และการปรับกลยุทธ์ให้ตอบโจทย์กับคู่ค้าทางธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน กอร์ปกับสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ส่งผลให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่หัวเมืองที่มีศักยภาพ อีกทั้งรถจักรยานยนต์ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินชีวิตในครัวเรือนที่สะดวกสบายจึงทำให้เกิดความต้องการอย่างต่อเนื่อง ช่วยสนับสนุนให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เติบโตได้เป็นอย่างดี ขณะที่เป้าหมายในปี 2565 บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ราว 11,000  ล้านบาท โดยสินเชื่อส่วนบุคคลจะเน้นการปรับผลิตภัณฑ์ให้สามารถปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับปรุงนโยบายทางเครดิตเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น ส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ได้เตรียมขยายดีลเลอร์ให้ครอบคลุมมากขึ้นในทุกพื้นที่ทั่วประเทศรองรับการเติบโตในอนาคตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ “ผลงานในไตรมาสแรก ถือว่าเป็นการส่งสัญญาณที่ดีของปี 2565 สำหรับการฟื้นตัวขึ้นจากปีก่อนและน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆตลอดทั้งปี โดยที่หมายมั่นปั้นมือสำหรับการเติบโตคงหนีไม่พ้นสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ที่ทำผลงานออกมาได้โดดเด่นสุด ซึ่งสอดคล้องกับวิจัยกรุงศรี ได้ประเมินแนวโน้มยอดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในประเทศว่ามีแนวโน้มเติบโตในช่วงปี 2565 -2567 เฉลี่ย 2-5% ต่อปี โดยมีแรงหนุนจากการที่ภาครัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการคุมโรคระบาด ส่งผลให้เกิดแรงกระเตื้องทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้กลุ่มฐานรากที่เป็นกลุ่มเป้าหมายมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้นเมื่อภาพธุรกิจมีความชัดเจนแบบนี้ ผมเชื่อว่า SCAP จะเติบโตได้อย่างโดดเด่นในการทำธุรกิจสินเชื่อรายย่อยและส่งผลดีต่อการควบรวมกิจการกับทาง บง.ศรีสวัสดิ์ หรือ BFIT ที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้  ” คุณวิชิต กล่าว ทั้งนี้การควบรวมกิจการระหว่าง BFIT และ SCAP ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติ โดยจะทำการประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 มิถุนายน 2565 โดยการควบรวมกิจการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจของกลุ่ม SAWAD เพื่อให้แต่ละธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และสนับสนุนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดขององค์กรแบบ New S Curve

SCAP อวดกำไรปี 64 พุ่งเกิน 300 ลบ. ยกลิสซิ่งมอไซค์ใหม่พระเอกแห่งปี มั่นใจปี 65 พอร์ตสินเชื่อใหม่โตเกินหมื่นล้าน! พร้อมปูพรมแดงเข้าตลาดทุนเสริมแกร่ง

SCAP หรือ ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล บริษัทย่อยของ SAWAD ตอกย้ำโตก้าวกระโดดปี 64 โชว์กำไรสุทธิ 324.92 ลบ. อวดผลงานสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์และสินเชื่อส่วนบุคคลโตสวนกระแส ด้านผู้บริหารใหญ่ วิชิต พยุหนาวีชัย ภูมิใจความสำเร็จในการฝ่าคลื่นลมปี 64 ดันผลงานเติบโตเกินคาด พร้อมเดินหน้าลุยปี 65 ปีทองแห่งความสำเร็จ ตอกย้ำเป้าพอร์ตสินเชื่อใหม่ทั้งปีโตมากกว่า 60% แน่นอน! พร้อมตบเท้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์อย่างสง่างาม   วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่า ผลการดำเนินงานประจำปี 2564 บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อได้สูงเกินเป้าหมายอยู่ที่ 5,902.76 ล้านบาท จากเดิมตั้งเป้าที่ระดับ 5,000 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 1,218.05 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 324.92 ล้านบาท โดยการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิมาจากธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่เป็นหลักและสินเชื่อส่วนบุคคลมีสัดส่วนรองลงมาตามลำดับ ทั้งนี้ตลอดปี 2564 ปัญหาวิกฤตโควิด 19 แม้จะส่งผลกระทบต่อบริษัท แต่เนื่องจากการบริหารจัดการที่ดีและมีการส่งสัญญาณเศรษฐกิจที่ทยอยฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะกำลังซื้อในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีความต้องการรถจักรยานยนต์ใหม่ในระดับสูง จึงเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเติบโตสวนกระแสในช่วงปีที่ผ่านมา   “ ผมรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากในการบริหารงานปี 64 ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากมีสถานการณ์ที่ทุกบริษัทต้องพบเจอคือโควิด อีกด้านคือความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจนอนแบงก์ที่มีหลายปัจจัยเข้ามาทำให้เราต้องปรับตัวอยู่สม่ำเสมอ อีกทั้งการตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้นเรื่อยๆที่ต้องทำให้ถึงเป้าให้ได้ แต่ท้ายที่สุดผลการดำเนินงานบริษัทก็ได้ชี้วัดถึงความพยายามในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี ส่วนสำหรับปี 65 บริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญด้านเทคโนโลยีในการบริหารจัดการและให้บริการเป็นหลัก เพราะจะทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว แม่นยำ ในการให้บริการมากขึ้น ตอบรับกับเป้าหมายบริษัทที่พร้อมเป็น Tech Leasing และการเติบโตของผลการดำเนินงานในปีนี้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ ” นายวิชิต กล่าว   สำหรับเป้าหมายของบริษัทฯในปี 2565 บริษัทมั่นใจว่าพอร์ตสินเชื่อรายย่อยใหม่ตลอดทั้งปีจะเติบโตมากกว่า 60% หรือเติบโตถึง 10,000 ล้านบาท โดยปัจจัยหนุนมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปีก่อน แต่เบื้องต้นยังคงต้องติดตามปัจจัยภายนอกอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจในประเทศด้วย ส่วนผลงานที่ดีต่อเนื่องจากปี 2564 ส่งต่อถึงปี 2565 จะตอกย้ำการเติบโตที่โดดเด่นสนับสนุนการก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยความคืบหน้าล่าสุดบริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการเพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ตลาดทุนแล้ว 

SCAP กางแผนธุรกิจปี 65 เดินหน้ามุ่งสู่ Tech Leasing เล็งเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯเร็วกว่าคาด

บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล (SCAP) เปิดแผนงานใหญ่ปี 2565 ชูจุดเด่นด้วยการนำเทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจสู่ Tech Leasing ดันเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อใหม่ทั้งปีโตไม่น้อยกว่า 60%  ด้านหัวเรือใหญ่ วิชิต พยุหนาวีชัยเซอร์ไพร์สนักลงทุน เตรียมนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เร็วกว่าคาดการณ์จากเดิมช่วงปี 2566-2567 วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่า จากการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2565 ได้รับแรงส่งจากหลายปัจจัย เช่น การคลายล็อกดาวน์อย่างต่อเนื่อง ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน จะเป็นปัจจัยเร่งให้กิจกรรมเศรษฐกิจภายในประเทศฟื้นตัว หนุนให้ภาคเอกชนกล้าลงทุนเพิ่มขึ้น ผลักดันให้บรรยากาศเศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งนี้ยังคงต้องติดตามการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ Omicron (โอมิครอน) บริษัทฯ ได้วางแผนรองรับเรื่องดังกล่าวตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 ในช่วงแรก ด้วยการทำธุรกรรมบริการสินเชื่อผ่านระบบออนไลน์ เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการให้บริการมากที่สุด ดังนั้นบริษัทฯ จึงได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่น ขณะที่แผนธุรกิจของเอสแคป ในปี 2565 บริษัทฯ ได้วางแผนการดำเนินงานทั้ง 2 ธุรกิจหลัก คือ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะมียอดปล่อยสินเชื่อใหม่เติบโตเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 60% เมื่อเทียบกับปี 2564 โดยธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัทฯ มีแผนขยายทีมงานฝ่ายขายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ปรับผลิตภัณฑ์ให้สามารถปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงนโยบายทางเครดิตเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น นับเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจที่ต้องเร่งปรับตัวอย่างสม่ำเสมอ ในส่วนของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ บริษัทฯ มีแผนเพิ่มจำนวนพนักงานขาย และดีลเลอร์ในท้องถิ่นให้ครอบคลุมมากขึ้นในระดับอำเภอทั่วประเทศ รุกทำการตลาดกับดีลเลอร์ และปรับโปรโมชั่นให้เข้ากับความต้องการของท้องถิ่น ที่สำคัญเร่งพัฒนาระบบการดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้เร่งผลักดันในการใช้เทคโนโลยีทำธุรกิจเพื่อก้าวสู่การเป็น Tech Leasing Company เป้าหมายหลักในการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยการผสานเทคโนโลยีเข้าสู่ฝ่ายงานต่างๆ ในธุรกิจ เช่น ฝ่ายวิเคราะห์สินเชื่อจาก credit scoring ของกลุ่มลูกค้าที่มีข้อมูลทางการเงินและไม่มีข้อมูลทางการเงิน อีกทั้งเทคโนโลยีถูกพัฒนาจนสามารถบ่งบอกโอกาสที่ลูกค้าจะทำทุจริตกับบริษัทฯได้ ฝ่ายขายผ่านระบบ เอสฟาสต์ (SFAST) เทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้งานการอนุมัติสินเชื่อเกิดขึ้นได้ภายใน 15 นาที เพียงปลายนิ้วสัมผัส งานตรวจสอบฝ่ายขาย บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการวางแผนงานตรวจสอบและกำหนดเส้นทางการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น การตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร ผ่านระบบ e-Consent บริษัทฯ ได้ทำงานร่วมกับกรมการปกครอง และ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างง่ายดาย ซึ่งบริษัทฯคาดว่าเราจะได้รับการอนุมัติให้ทำได้ภายในไตรมาสแรกของปี 2565 และการติดตามทวงถามหนี้ บริษัทฯ ได้มีการพัฒนาระบบการทวงถามหนี้ โดยใช้ระบบ GPS เข้ามาช่วยให้การติดตามทวงถามหนี้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากนี้เทคโนโลยีจะเป็นจุดแข็งในการทำธุรกิจของเอสแคปที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างโดดเด่น “เป้าหมายใหญ่สำหรับปี 2565 คือการเตรียมความพร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งนับว่าเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมวางเป้าหมายเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ภายในช่วงปี 2566-2567 ซึ่งการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เร็วกว่าแผนที่วางไว้ ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่เริ่มทยอยฟื้นตัวดีขึ้นตามลำดับ ขณะเดียวกันผลงานของบริษัทฯ สามารถเติบโตได้ดีเกินกว่าที่คาดไว้ และบริษัทฯ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเข้าระดมทุนเร็วกว่าคาดจะช่วยสนับสนุนโอกาสในการเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดจากเงินทุนที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาธุรกิจ และเทคโนโลยีในอนาคต อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่น และความน่าเชื่อถือแก่นักลงทุนต่างชาติ นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนทั่วไปที่สนใจในธุรกิจแห่งอนาคตอย่าง Tech Leasing ทั้งนี้ได้ประมาณการธุรกิจในปี 2565 ด้วยการเติบโตของยอดสินเชื่อคงค้างแตะ 10,000 ล้านบาท” นายวิชิต กล่าวทิ้งท้าย

SCAP ยิ้มรับผลงานปล่อยสินเชื่อปี 64 ทะลุเป้า 5,000 ลบ. ทรานฟอร์มสู่ Tech Leasing ดันเป้าพอร์ตสินเชื่อปีหน้าโตเพิ่ม 160%

บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล (SCAP) โตไม่หยุด หลังลั่นปรับเป้าสินเชื่อรายย่อยปี 64 เป็น 5,000 ลบ. ล่าสุดผลงานก่อนจบปีทะยานเกินเป้าหมายเรียบร้อย ฟากผู้บริหาร วิชิต พยุหนาวีชัย ยิ้มรับผลงานทั้งปีว่าดีเกินคาด แม้เผชิญสถานการณ์โควิด ชูสินเชื่อมอไซค์ใหม่พระเอกแห่งปีดันพอร์ตสินเชื่อโตระเบิด ก้าวต่อไปเตรียมทะยานสู่ Tech Leasing เต็มตัว หมายมั่นปั้นมือปี 65 ต้องดีกว่าเดิม วางเป้าพอร์ตสินเชื่อโตไม่น้อยกว่า 160% วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่า หลังจากบริษัทฯได้ปรับเป้าหมายเซอร์ไพร์สตลาดสวนกระแสธุรกิจสินเชื่อรายย่อย จากเดิม 4,000 ล้านบาท สู่ 5,000 ล้านบาท ล่าสุดผลงานโค้งสุดท้ายปี 64 บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ได้เกินเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อย แม้สถานการณ์ตลอดทั้งปีต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด 19 อีกระลอก แต่บริษัทฯสามารถทำผลงานได้เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งสัดส่วนการเติบโตมาจากสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่เป็นหลัก โดยได้อานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่บริษัทประเมินว่าจะขยายตัวในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ จากมาตรการคลาย Lock Down ของทางภาครัฐ ขณะเดียวกันประชาชนมีการฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจจึงทยอยฟื้นตัวคืนกลับมาอย่างค่อยเป็นค่อยไป สนับสนุนความต้องการสินเชื่อที่เติบโตขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี “เมื่อมองย้อนกลับไปดูภาพรวมตลอดทั้งปี ถือว่าเอสแคปทยอยปรับตัวได้ดีจากสถานการณ์โควิด อีกทั้งผลการดำเนินงานยังเติบโตได้เกินความคาดหมาย แม้ปรับเป้าหมายใหม่เราก็ยังคงเดินหน้าสร้างผลงานได้เติบโตเกินเป้า สิ่งหนึ่งที่เราพยายามปรับมาโดยตลอดคือเรื่องของเทคโนโลยี ซึ่งเชื่อว่าจะเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรมไม่เว้นแม้แต่นอนแบงก์ และเราในฐานะผู้นำในการให้บริการด้านสินเชื่อรายย่อย จึงจำเป็นต้องพัฒนาและปรับปรุงระบบต่างๆเพื่อรองรับกระแสความเปลี่ยนแปลงทั้งเทคโนโลยีและผู้คน โดยเชื่อว่าความเป็น Tech Leasing จะนำพาองค์กรให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในอนาคต” นายวิชิต กล่าว ขณะที่เป้าหมายถัดไปของบริษัทฯในปี 2565 พร้อมปล่อยสินเชื่อรายย่อยไม่น้อยกว่า 160% จากการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวจากการผ่อนคลายข้อจำกัดต่างๆและการเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มกลับมาคึกคักในช่วงครึ่งหลังของปี ประกอบกับอัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นโอกาสอันดีต่อเศรษฐกิจไทยที่พร้อมเดินหน้าต่อ ขณะเดียวกันเอสแคปพร้อมสร้างผลประกอบการให้เติบโต เพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นบริษัทจดทะเบียนที่นักลงทุนให้ความสนใจและเป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอีก 2 ปีข้างหน้า

เอสแคป พร้อมก้าวสู่ Tech Leasing Company เติมเต็มธุรกิจสินเชื่อด้วยเทคโนโลยี 100%

วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) กล่าวว่า “ภารกิจการก้าวสู่การเป็น Tech Leasing Company ของทางเอสแคป เป็นภารกิจที่ทางเอสแคปซุ่มพัฒนาและทดลองปรับใช้กันมาโดยตลอด เอสแคปมุ่งพัฒนาการทำงานด้วยเทคโนโลยี (Technology Oriented Process) มากขึ้น ในขณะนี้มีความพร้อมที่จะเป็น Tech Leasing ของวงการธุรกิจสินเชื่อรายย่อยของประเทศไทย ซึ่งเราได้ใช้ระบบเทคโนโลยีเข้ามาอยู่ในทุกกระบวนการทำงาน ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน เพื่อความรวดเร็ว ชัดเจน แม่นยำ ปลอดภัยสูง เข้มแข็งด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อลดทุกข้อจำกัดในการทำงาน และความต้องการเรื่องสินเชื่อให้ลูกค้า ยกระดับการบริหารจัดการลูกค้า และคลังข้อมูลลูกค้าขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยตั้งเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีให้ได้ 100% นับจากนี้ไป ซึ่งคาดการณ์ว่าในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 แนวโน้มธุรกิจจะดีขึ้นเรื่อยๆ การติดสปีดด้วยเทคโนโลยีจะยิ่งเพิ่มโอกาสให้กับเอสแคปมากขึ้น” กระบวนการอนุมัติสินเชื่อของเอสแคปไม่ใช่แค่ “เร็ว” แต่ต้องเน้นถึง “ความปลอดภัยและความแม่นยำ” โดยมีการใช้ระบบบริหารความเสี่ยง (Risk Model) ในการเลือกสรรลูกค้าคุณภาพให้มีลักษณะตรงตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของบริษัทฯ ในการวิเคราะห์อนุมัติสินเชื่อ ระบบมีความสามารถในการประมวลและวิเคราะห์ถึงขั้นอนุมัติเบื้องต้นได้ทันทีที่มีการบันทึกข้อมูลลูกค้าผ่าน Mobile Sales Application ทำให้การอนุมัติสินเชื่อมีความรวดเร็ว แม่นยำ มีการทำงานที่มีมาตรฐาน มีการเก็บข้อมูลเป็นระบบ และมีความปลอดภัย 100% “ภารกิจการติดสปีดการให้บริการของเอสแคปด้วยเทคโนโลยี เพื่อการทะยานสู่ Tech Leasing Company ไม่เพียงแต่ให้ความสำคัญในเรื่องระบบการสนับสนุนต่างๆ เท่านั้น แต่เรายังมุ่งเน้นที่จะนำเอาข้อมูลทางสถิติมาต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยอื่นๆ เพิ่มศักยภาพในการให้บริการลูกค้า นำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินของบริษัทฯ ตรงตามความต้องการในแต่ละกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี และที่สำคัญเอสแคปยังให้ความสำคัญในการ Upskill พนักงานอย่างต่อเนื่องให้สามารถใช้ระบบเทคโนโลยีในการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด” วิชิต กล่าวเสริม

เตือนภัย!!! โปรดระวัง เว็บไซต์ บัญชีไลน์ อีเมล ปลอม!!!!! หลอกให้กู้เงินและหลองให้โอนเงินค่าสร้างเครดิต

เตือนภัย!!! โปรดระวัง เว็บไซต์ บัญชีไลน์ อีเมล ปลอม!!!!! หลอกให้กู้เงินและหลองให้โอนเงินค่าสร้างเครดิต บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด บริษัทฯ ไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทุกประเภทในการอนุมัติสินเชื่อจากลูกค้า  และไม่มีนโยบายให้กรอกใบสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงการอนุมัสินเชื่อออนไลน์  ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมติอต่อบริษัทฯ ได้ที่  โทร: 0-2691-5600 จันทร์ - ศุกร์ : 08.30 น. - 17.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)  หมายเหตุ : ธนาคารและ/หรือบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตในการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย  จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทุกประเภทในการอนุมัติสินเชื่อจากลูกค้า

เตือนภัย!!! มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ

บจก.ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ เอสแคป (SCAP)ได้รับอนุญาตในการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ขอแจ้งให้ทราบว่า บริษัทฯ ไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทุกประเภทในการอนุมัติสินเชื่อจากลูกค้า และบริษัทฯ ไม่มีนโยบายในการกรอกในการกรอกใบสมัครและอนุมัสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ทุกประเภท หากพบข้อความหรือแอพพลิเคชัน ผิดปกติดังกล่าว กรุณาแจ้งบริษัทฯทันทีเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย ติดต่อบริษัทได้ที่ โทร: 0-2691-5600 จันทร์ - ศุกร์ : 08.30 น. - 17.30 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) อีเมลล์ : info@srisawadcapital.co.th หมายเหตุ : ธนาคารและ/หรือบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตในการเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมทุกประเภทในการอนุมัติสินเชื่อจากลูกค้า

SCAP ประสบผลสำเร็จเกินคาด สวนกระแสตลาด ปรับเป้าสินเชื่อเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2564

บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล(SCAP) ส่งสัญญาณยอดรวมสินเชื่อขยายตัวต่อเนื่อง สวนกระแสฝ่าวิกฤตโควิด19 ดันผลงานสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่และสินเชื่อส่วนบุคคลโตเกินเป้า ด้านผู้บริหาร วิชิต พยุหนาวีชัย เผยโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นไตรมาส 3 ปี 64 บริษัทฯมียอดสินเชื่อปล่อยใหม่เติบโตเกินกว่าที่ตั้งเป้าไว้ สวนกระแสตลาด ลั่นขอปรับเป้าสินเชื่อรายย่อยปี 2564 เพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท ดันผลงานทะลุเป้า หนุนหุ้น SAWAD โตต่อเนื่อง    วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่าเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ซึ่งถือเป็นปัจจัยกดดันหลักที่อาจทำให้เกิดการชะลอตัวของธุรกิจในทุกด้าน แต่จากการติดตามตัวเลขสินเชื่อของบริษัทฯพบว่ายังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด ทำให้เอสแคปประกาศขยับเป้าสินเชื่อรายย่อยจากเดิม 4,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นถึง 200 % จากปี  2563 บริษัทคาดการณ์ว่าในไตรมาส 4 ปี 64 เศรษฐกิจจะทยอยฟื้นตัวสะท้อนถึงโอกาสในการขยายตัวของสินเชื่อที่มีเพิ่มขึ้นมากกว่าในช่วงต้นปีที่ผ่านมา “จากความต้องการสินเชื่อในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 ที่ทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับสถานะเงินตึงตัวมากขึ้นของประชาชนโดยทั่วไป โดยสินเชื่อของบริษัทเป็นทางเลือกที่ผู้บริโภคหันมาใช้บริการมากขึ้น เนื่องจากธนาคารพาณิชย์โดยทั่วไปจะเน้นให้สินเชื่อกับผู้ที่มีหลักฐานทางการเงินที่ชัดเจนและมีฐานะการเงินมั่นคง ส่วนนอนแบงก์เน้นปล่อยสินเชื่อขนาดเล็กและมีความยืดหยุ่นในการพิจารณาสินเชื่อมากกว่าจึงทำให้เกิดความคล่องตัวในการปล่อยสินเชื่อ ขณะเดียวกันธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกมาตรการด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ จึงเกิดการแข่งขันด้านดอกเบี้ย ผู้บริโภคจึงได้รับอานิสงส์ส่งผลให้สินเชื่อเกิดการขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าทำการตลาดเชิงรุก โดยได้เข้าร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เพื่อให้บริการสินเชื่อบุคคลและสินเชื่อเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์แบบเฉพาะเจาะจง นอกจากนั้นบริษัทฯยังได้มีการขยายธุรกิจเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซด์ใหม่แบบเต็มรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดหลักๆทั่วประเทศไทยตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ทำให้บริษัทฯมีโอกาสได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสินเชื่อหรือมีความต้องการมีรถมอเตอร์ไซค์อย่างแท้จริง” นายวิชิต กล่าว นายวิชิต กล่าวต่อไปว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา บริษัทฯถือว่าประสบความสำเร็จมากในสถานการณ์ที่นอกเหนือการควบคุม เช่นการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 บริษัทฯยังคงเดินหน้าให้บริการเพื่อให้เข้าถึงและเข้าใจลูกค้าทุกราย ดังนั้นจึงมั่นใจว่าการขยับเป้าสินเชื่อรายย่อยเป็น 5,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2564 จะทำได้ไม่ยาก โดยไตรมาสที่ 4/2564 คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นและผู้บริโภคก็มีความพร้อมที่จะเริ่มจับจ่ายใช้สอยเป็นปกติมากขึ้น และจะหนุนให้ธุรกิจโดยรวมของเอสแคปเติบโตได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ และคาดว่าเอสแคปจะเติบโตต่อเนื่อง พร้อมเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ภายในอีก 1- 2 ปีข้างหน้าตามแผนเดิมที่ได้วางไว้เพื่อขยายธุรกิจอย่างก้าวกระโดดในอนาคต

‘SCAP’ ผนึก ‘ALTITUDE’ เติมสุขให้คนอยากมีบ้าน

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP (เอสแคป) ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย และเป็นบริษัทในกลุ่ม บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) รุกผนึกกำลัง บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้แบรนด์ ALTITUDE เติมสุขให้คนอยากมีบ้าน ลดข้อจำกัด เพิ่มสภาพคล่องด้านการเงิน ด้านผู้บริหาร วิชิต พยุหนาวีชัย เชื่อความร่วมมือนี้ช่วยเสริมแกร่งในภาคธุรกิจ รับดีมานด์ด้านที่อยู่อาศัยจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากโควิด-19 เริ่ม 1 สิงหาคมนี้ วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ เอสแคป เปิดเผยว่าความร่วมมือกันของเอสแคปและ ALTITUDE ครั้งนี้ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งในภาคธุรกิจในยุคโควิด-19 ซึ่งจากเดิมที่ทางเอสแคปมีผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย และสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ใหม่เป็นหลักอยู่แล้ว ครั้งนี้เป็นการขยายตลาดให้เข้าถึงผู้บริโภคด้านที่อยู่อาศัย โดยเอสแคปยังยึดแนวคิด “เข้าใจ เข้าถึง” ความต้องการของผู้บริโภค ที่ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยได้ปรับเปลี่ยนไป จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คนส่วนใหญ่ต้องทำงานที่บ้าน หรือ  Work From Home ทำให้ความต้องการที่จะมีบ้านเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อลดการเดินทาง ลดความเสี่ยงในการกระจายตัวของเชื้อโรคในปัจจุบัน จากความสำคัญดังกล่าว ทำให้เอสแคปต้องการเพิ่มความสะดวกให้กลุ่มคนที่อยากมีบ้านสามารถมีบ้านหรือที่อยู่อาศัยได้ง่ายและสบายมากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือกับโครงการที่อยู่อาศัยของ ALTITUDE โดยลูกค้าของโครงการที่ประสงค์จะมีบ้านเป็นของตนเองสามารถเป็นเจ้าของได้โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์หรือหาเงินก้อนโตมาชำระให้กับโครงการ ทำให้การมีบ้านง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถติดต่อโครงการ ALTITUDE ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ชยพล หรรรุ่งโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เสริมว่ารู้สึกยินดีที่ได้ผนึกกำลังกับทางเอสแคป ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านสินเชื่อรายย่อย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ของโครงการ Altitude ได้มีความคล่องตัวด้านการเงิน ผ่านบริการของทาง ALTITUDE โดยตรง ปัจจุบันลูกค้าที่สนใจสามารถเข้าเยี่ยมชมโครงการต่างๆของบริษัทฯได้ อาทิ (1) โฮม ออฟฟิศ โครงการ Altitude Prove เกษตร (2) พรีเมียม ทาวน์โฮม โครงการ Altitude Kraf บางนา และ โครงการ Altitude Forest รัชดา (3) บ้านเดี่ยว โครงการ Altitude Forest อารีย์-โมนูเมนต์ (4) คอนโดมิเนียม โครงการ Altitude Unicorn สาทร-ท่าพระ โครงการ Altitude Symphony เจริญกรุง โครงการ One Altitude โครงการ Altitude Samyan และโครงการ The One Park ศาลายา (5) บ้านเดี่ยวพูลวิลล่า โครงการ Altitude Mastery สุขุมวิท และ (6) บ้านเดี่ยวคฤหาสน์ใจกลางสนามกอล์ฟ โครงการ The One Bellagio ได้ทุกวัน เช่นกัน “ครั้งนี้เป็นโอกาสในการขยายตัว และขอบข่ายสินเชื่อของเอสแคปสู่กลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัย ที่ผู้คนมักจะเป็นกังวล และเคยมีขั้นตอนการดำเนินการยุ่งยากและต้องหาเงินก้อนโตมาเพื่อจองบ้าน เอสแคปจะสนับสนุนและทำเรื่องยากให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและเบาตัวมากขึ้น โดยผู้ซื้อที่ต้องการจองที่อยู่อาศัยสามารถยื่นขอสินเชื่อผ่านทาง ALTITUDE ได้ และในอนาคตเรายังคงมองหาโอกาสความร่วมมือต่างๆ รวมถึงการพัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างและครอบคลุม ตามเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำด้านบริการสินเชื่อแบบครบวงจรของเอสแคปอีกด้วย” วิชิต ทิ้งท้าย

‘วิชิต’ ชูวิสัยทัศน์ เข้าใจ เข้าถึง นำทัพ SCAP ฝ่าวิกฤตโควิด 19 เสริมแกร่งรอบด้านรับการแข่งขันยุค Next Normal

วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย เปิดเผยว่า สถานการณ์เกือบ 2 ปีเต็มที่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ได้แพร่ระบาดอย่างหนัก นอกจากคร่าชีวิตและสุขภาพของผู้คนกว่า 160 ประเทศแล้ว ยังสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคธุรกิจน้อยใหญ่และตลาดทุนทั่วโลก โดยเอสแคปได้นำแนวคิด เข้าใจ เข้าถึง ด้วยวิธีการนำ คน+เทคโนโลยี มาผสมผสานร่วมกันเพื่อพร้อมปรับตัวและรับมือต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เอสแคปเดินหน้าช่วยเหลือคนไทยได้อย่างต่อเนื่องต่อไป แนวคิดในการดำเนินธุรกิจของเอสแคป ซึ่งมีแผนเริ่มเกมรุกพร้อมๆ กับที่สังคมไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 นับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย จากที่เอสแคปวางแผนมุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อในอีก 2-3 ปี ในขณะเดียวกันเราต้องปรับกระบวนทัพและเสริมแกร่งรอบด้านรองรับการแข่งขันจาก New Normal ความปกติใหม่ในการอยู่ร่วมกับ COVID-19 สู่ Next Normal ความปกติในระยะถัดไปหลัง COVID-19 เพราะแม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลจากการเปลี่ยนแปลงของโรคระบาดครั้งนี้ส่งผลต่อวิถีชีวิตผู้คน สังคม และเศรษฐกิจ จะยังคงอยู่กับเราไปอีกระยะเวลาหนึ่ง เหมือนเป็นโรคไข้หวัด ที่เมื่อเป็นแล้วก็ต้องรักษา และป้องกันไม่ให้คนอื่นๆ เป็นไปด้วย ดังนั้นเราต้องปรับปรุงวิธีการทำงานของเราเพื่อให้อยู่กับ COVID-19 ให้ได้อย่างปกติในภาวะที่ไม่เป็นปกติเช่นนี้ และเราต้องเตรียมพร้อมให้ทุกส่วนขององค์กรเพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปกติในภาวะไม่ปกติ หรือการที่พนักงานไม่สามารถมานั่งทำงานร่วมกันได้เหมือนในยามปกติ ทั้งนี้เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการสัมผัสกันของพนักงานนั่นเอง กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจสำหรับ Next Normal ของทางเอสแคป คือ การเข้าใจ เข้าถึง โดยเราเน้นให้ คน+เทคโนโลยี สามารถทำงานร่วมกันได้ในทุกสถานที่และทุกเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เราได้พัฒนาเทคโนโลยีการทำงานให้มีความทันสมัย สะดวกกับการใช้งาน พนักงานสามารถทำงานได้อย่างปกติโดยใช้เครื่องมือใกล้ตัว เช่น โทรศัพท์มือถือหรือสมาร์โฟนในการทำงาน ทำให้บริษัทฯสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างปกติในทุกโอกาส แม้ไม่มีพนักงานมานั่งทำงานที่สำนักงานแม้แต่คนเดียว และจากนี้เอสแคปจะรุกหนักพื้นที่ท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อสร้างการเข้าถึง เข้าใจ ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย เพราะจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้เกิดการกลับไปลงทุนและใช้ชีวิตในบ้านเกิดมากขึ้น โดยปัจจัยหลักอยู่ที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงเกิดการขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยในพื้นที่ต่างจังหวัด จากเดิมที่อาจกระจุกตัวในหัวเมืองใหญ่ ขณะเดียวกันพบพฤติกรรม มุมมอง และวิธีการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเปลี่ยนแปลงไป บริษัทฯจึงต้องเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อ เจ้าหน้าที่ สาขาให้บริการ รวมถึงระบบสนับสนุนการปฎิบัติงานอัจฉริยะให้รองรับและพร้อมอยู่เสมอกับการขับเคลื่อนสู่ยุค Next Normal “สำหรับยุค Next Normal มีอีกหลายปัจจัยพื้นฐานในชีวิตที่ผู้คนมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไปเยอะมาก โดยข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยมีแบ่งออกเป็น 10 ปัจจัย ได้แก่ อาหาร ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ โซเชียลมีเดีย สินค้าอุปโภคบริโภค FMCG เงิน เครื่องนุ่งห่ม ยา โทรศัพท์มือถือ และพลังงาน ซึ่งได้กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ของผู้บริโภค และเรื่องเหล่านี้ทางเอสแคปไม่เคยมองข้ามและพยายามปรับตัวรอบด้านให้ได้ยืนหยัดเคียงข้างกับสังคมไทยต่อไป” นายวิชิต กล่าวเสริม นอกจากนี้ การดูแลความเป็นอยู่ที่ดีแก่พนักงานในยามวิกฤตนับเป็นสิ่งที่สำคัญลำดับต้นๆ ของหน้าที่ผู้บริหาร ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนทำงาน เพราะช่วงเวลานื้คือการเปลี่ยนแปลงที่ทุกองค์กรไม่เคยเจอมาก่อน ฉะนั้นในฐานะของหัวเรือใหญ่ต้องหาทางที่จะอยู่รอด ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานทุกคน รับฟังความคิดเห็นในช่วงเวลาที่พนักงานต้องการความมั่นคงทางจิตใจ ส่งผลให้เกิดการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพนักงานในระยะยาวต่อไป   --------------------------- ประสบการณ์ในการบริหารงาน นายวิชิต พยุหนาวีชัย มีประสบการณ์อยู่ในแวดวงการเงินมายาวนานกว่า 30 ปี และมีผลงานที่โดดเด่นจากหลากหลายองค์กรชั้นนำด้านการเงิน ได้แก่ บริษัท ซัมมิท แคปปิตอล ลีสซิ่ง จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารเอชเอสบีซี, บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และ บริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (ไทย) จำกัด ด้วยวิสัยทัศน์และการบริหารงานอย่างมืออาชีพ จึงทำให้ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของ SCAP โดยแต่งตั้งนายวิชิต พยุหนาวีชัย เป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP (เอสแคป) และแต่งตั้งให้เป็นกรรมการของบริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมทีมงานที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในธุรกิจสินเชื่อ มั่นใจ จะนำพา SCAP (เอสแคป) สู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และสร้างผลกำไรที่ดี พร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใน 2-3 ปีจากนี้ ---------------------------

SCAP ดันสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ช่วยคนไทยให้ไปต่อ

บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล จำกัด หรือ SCAP (เอสแคป) ผู้ดำเนินการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำของไทย ร่วมสนับสนุนให้ทุกคนเต็มที่กับชีวิตได้ทุกวัน วิชิต พยุหนาวีชัย เผยพร้อมเคียงข้างคนไทยให้ได้ไปต่อ ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ระลอกใหม่ “โควิด ชีวิตไม่ติด” ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์รองรับบริการด้านเดลิเวอรี่ที่ขยายตัวในตลาดอย่างรวดเร็ว พร้อมเปิดช่องทางการให้บริการทั่วประเทศ วิชิต พยุหนาวีชัย กรรมการผู้จัดการ บจก. ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล หรือ SCAP (เอสแคป) เผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 พบการปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยบริการด้าน Delivery มีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบการจัดส่งอาหารไปยังที่พักด้วยรถจักรยานยนต์หรือ Food delivery เติบโตถึง 78-84% ในปี 2563 และยังคงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2564 สะท้อนถึงการเติบโตอย่างชัดเจนในกลุ่ม Delivery เอสแคปจึงพร้อมสนับสนุนให้ทุกธุรกิจ ทุกอาชีพได้ปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด ผ่านพ้นวิกฤตโควิดครั้งนี้ผ่านสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซด์ ในอัตราดอกเบี้ย เริ่มต้นเพียง 1.19% ต่อเดือน “ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาหลายธุรกิจต้องปรับตัวและเปลี่ยนแปลงท่ามกลางข้อจำกัดของการแพร่ระบาดของโควิด – 19 พ่อค้าแม่ค้าที่เคยค้าขายกับลูกค้าโดยตรงต้องปรับกลยุทธ์ เป็นการรับออเดอร์ผ่านออนไลน์ และใช้บริการเดลิเวอรี่เข้ามาช่วยเกือบ 100% รวมถึงมีผู้เข้ามาประกอบอาชีพไรเดอร์ หรือผู้ให้บริการส่งอาหาร-พัสดุ เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งทำเป็นรายได้เสริมและรายได้หลัก เพื่อพยุงรายได้และความเป็นอยู่ของครอบครัว ทำให้ตลาดเติบโตสวนกระแส ทางเอสแคปจึงผุดไอเดียพร้อมสนับสนุนคนไทยให้มีรายได้มีอาชีพ และก้าวต่อไปได้ด้วยบริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ ที่ปัจจุบันมีช่องทางการให้บริการกระจายอยู่ทั่วประเทศ” วิชิต กล่าว สำหรับรายละเอียดสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ เอสแคปเปิดเกณฑ์ให้ผู้กู้ที่มีอายุ 18 ถึง 65 ปี มีที่พักอาศัย ในเขตพื้นที่ให้บริการและรายได้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ โดยใช้เอกสารประกอบการสมัครไม่ยุ่งยากเพียง (1) เอกสารสำเนาบัตรประชาชน และ (2) เอกสารแสดงรายได้ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0 2481 7865 หรือ https://www.sleasing.co.th